Now Reading:

คุยกับเจ้าของสตูดิโอละมุนละไม Maneemejai Home’s Space มานีมีใจ & ต้น เอกภณ

ส่งท้ายเดือนมิถุนายนนี้ด้วยบทสัมภาษณ์สุดน่ารักจากเจ้าของสตูดิโอสีน่ารัก ๆ อย่าง Maneemejai’s Home  Space ที่มีเจ้าของเป็นตากล้องฮิปสเตอร์กับลุคสาวผมสั้นใส่แว่นกลิ่นอายแบบสาวญี่ปุ่นอย่าง อุ๊ สุพัตรา หรือ มานีมีใจ และผู้กำกับมากฝีมือที่มีมิวสิควิดีโอในครอบครองหลายตัวนับไม่ถ้วน และมิวสิควิดีโอเพลง River ของไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง BNK48 ก็เป็นผลงานของผู้กำกับคนนี้ด้วยกับ ต้น เอกภณ 

หลังจากที่เราเคยชวน ต้น เอกภณ​ มาพูดคุยถึงเรื่องงานเบื้องหลังการทำมิวสิควิดีโอเพลง River กันไปแล้ว คราวนี้ถึงเวลาของเรื่องราวความรักของผู้กำกับไฟแรงคนนี้บ้างซะแล้ว พบกับเรื่องราวความรักที่น่ารักและมีความละมุนละไมพอ ๆ กับสตูดิโอของทั้งสองคน ต้น เอกภณ​ และ มานีมีใจ

เรารู้สึกว่ามันพอมากกว่า

นี่คือคำตอบของคำถามที่เราถามมานีมีใจตากล้องฮิปสเตอร์ของเราไปว่าประทับใจอะไรในตัวของทั้งกันและกัน เอาจริง ๆ อินนะกับคำว่า “พอ” ถ้าให้บอกว่าความหมายของความรักคืออะไร เราว่าคำว่า “พอ” อธิบายได้ในทุกแง่มุม ถ้ามีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ และทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันพอแล้ว ถ้าพอในทีนี้แปลว่าพอดี นี่คือความหมายที่ดีที่จะมาช่วยอธิบายคำนี้

แนะนำตัวก่อนเลย

อุ๊: สวัสดีค่ะ สุพัตรา หมั่นแสวง หรือว่ามานีมีใจเป็นเจ้าของเพจ Maneemejai Photographer นะคะ

ต้น: สวัสดีครับชื่อ ต้น เอกภณ เศรษฐสุข เป็นผู้กำกับโฆษณาครับ ก็ทำพวกซีรีส์กับเอ็มวีด้วย แล้วก็ทำสตูดิโอมานีมีใจโฮมสเปซ (Maneemejai’s Home Space) กับมานีมีใจครับ

ไหน ๆ ก็พูดถึงมานีมีใจแล้ว งั้นมานีมีใจทำอะไรอยู่บ้าง

เป็นช่างภาพอิสระนะคะเน้นถ่ายเป็นคนซึ่งแต่ละอย่างก็มีทั้งคน ไลฟ์สไตล์ โปรดัก แบรนด์ จำได้ว่าชอบถ่ายรูปตั้งแต่มีกล้องถ่ายรูป (หัวเราะ) ประมาณมัธยมต้น เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราชอบมาแต่แรก เป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งนานแล้ว กล้องตัวแรกของเราเป็นกล้องดิจิตอลคอมแพค

มาที่ฝั่งผู้กำกับบ้าง เริ่มต้นเข้าสู่แวดวงการกำกับได้ยังไง

ต้น: เรียนด้านนี้มาตั้งแต่แรกแล้วครับ ทำหนังสั้นส่งประกวดมานานแล้ว จบมาก็ย้ายสายทำโฆษณาแทน เน้นโฆษณาเป็นหลัก แต่ก็มีทำซีรีส์ทำเอ็มวีบ้าง ตอบสนองตัวเอง

เจอกันได้ยังไง

อุ๊: ตอนเด็ก ๆ เราชอบทำนู่นทำนี่ ประกวดนู่นนี่นั่นเยอะมาก เริ่มแรกที่เราเข้ามาสู่วงการภาพถ่าย สื่ออะไรแบบนี้ เราเข้ามาด้วยการทำหนังสั้น ย้อนไปประมาณสิบปีที่แล้วเจอพี่ต้นในงานประกวดหนังตอนนั้นเราเป็นผู้กำกับ เหมือนเป็นงานประกวดด้วยกันแล้วเจอกัน มาแข่งเหมือนกัน ทำให้รู้จักพี่ต้นตั้งแต่ตอนนั้นมา ด้วยสังคมที่อยู่ใกล้กัน รู้จักตั้งแต่นั้นมาแต่ไม่ได้คุยกัน

เริ่มคุยกันได้ยังไง

อุ๊: น่าจะเป็นเพราะมันอยู่ในช่วงจังหวะที่ต่างคนต่างต้องการเพื่อนคุย แชร์นู่นนี่นั่น แล้วมันก็เป็นจังหวะนั้นพอดี

พี่ต้นเรียกว่าจีบไหม

ต้น: เจอกันที่หัวหินครับ เคยเจอกันมาบ้างก่อนหน้านี้สองสามรอบ เรารู้สึกว่าจังหวะชีวิตเขาคล้าย ๆ เราเลย แต่เขาเป็นเซเลบมาตั้งนานแล้ว แอบเห็นเขาอยู่เรื่อย ๆ เมื่อประมาณปีใหม่ที่ผ่านมาเราไปเที่ยวกับครอบครัว เรื่องมันเกิดจากที่เราไปตั้งสเตตัสว่า “มีใครอยู่แถวนี้บ้าง” ตอนนั้นเหงามากมีปัญหาชีวิตอยู่ เขาก็มากดไลค์แล้วก็ส่งรูป Seen Space มาให้ว่ามาที่นี่สิ

อุ๊: เราคิดว่าปีใหม่ไม่ค่อยมีใครมาที่นี่เท่าไหร่ แต่มันมีงานเคาท์ดาวน์ที่หัวหินแล้วมันโอเคนะ เลยทักแล้วชวนมา ไม่ได้คิดอะไรเลย

ต้น: อ้าว คิดไม่ใช่เหรอ

อุ๊: ไม่ได้คิด (หัวเราะ) เรารู้สึกว่าช่วงนั้นพี่ต้นค่อนข้างดิ่ง ไม่รู้ไปดิ่งจากอะไรมา รูปถ่าย รูปที่เขาลง รู้สึกว่าเขาดูดาวน์ ๆ เราไม่ชอบเห็นใครดูดาวน์ เลยอยากลองทักไปคุยเผื่อเขาจะดีขึ้น

ต้น: ก่อนจะตั้งสเตตัสเราลงรูปถ่ายทะเลตอนกลางคืนแล้วเขียนแคปชั่นเหงา ๆ อะไรไม่รู้จำไม่ได้แล้ว แต่เขามากดร้องไห้ในรูปนั้น เป็นคนเดียวที่มากด คนอื่นมากดไลค์นะ แล้วจริง ๆ ไม่ได้ซี้กันขนาดนั้น รู้จักกันเฉย ๆ พอเขาทักมาว่าไปทีนี่สิ เราก็เลยไปกับน้องสาว เห็นเขาอยู่กับแก๊งเด็กแนว ตากล้องแนว ๆ หน่อย ซึ่งเราไม่ได้แนวขนาดนั้นไง เห็นเขาอยู่แต่ก็ไม่ได้เดินไปทัก เห็นแล้วก็เดินกลับไปที่พักไม่ได้คุยอะไรกัน

อุ๊: เขาอะเจอเราแต่เราไม่ได้เจอเขา

ต้น: ประมาณสองสามวันผ่านมาเขาก็มาทักว่าสรุปได้มาไหม เราก็เลยบอกว่าไปแต่ไม่ได้ทัก ก็เลยเริ่มคุยกันวันนั้นแหละ

เล่าความประทับใจให้ฟังหน่อย

ต้น: เหมือนคลิปแต่งงานยังไงไม่รู้ (หัวเราะ) จริง ๆ ประทับใจเยอะ หลายเรื่อง เขาเป็นคนดีมาก นิสัยดี สั้น ๆ คือชอบที่เขาเป็นแบบนี้ เป็นคนที่อยากอยู่ด้วยไปตลอด ยังไม่เคยมีโมเมนต์นี้กับใคร

อุ๊: แค่นี้เองเหรอ?

ต้น: ก็สั้น ๆ จะให้พูดอะไร

อุ๊: ประทับใจอะไรเหรอคะ จะบอกว่าพี่ต้นมาในช่วงจังหวะที่เรารู้สึกว่าพอดี มันเหมือนเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นคนรัก เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยมี เรารู้สึกว่ามันพอมากกว่า

วิถีการทำงานเราได้ซัพพอร์ตกันบ้างไหม

ต้น: เยอะเหมือนกันแต่มีตีกันบ้างแต่ว่าหลัก ๆ ส่วนใหญ่จะช่วยเหลือกันมากกว่า

อุ๊: เรากับพี่ต้นคล้ายกันตรงที่มีความสุดขั้วเหมือนกัน เราก็สุดทางเรา เขาก็สุดทางเขา พอมีปัญหาขึ้นมาสักเรื่องก็จะมีความตีกันนิดนึง แต่ก็ทำให้เราเรียนรู้อะไรเยอะขึ้น เพื่อที่จะแบบปรับให้ลงตัว เรื่องการทำงานเรารู้สึกว่ามันไม่ได้ทับไลน์กันมันเลยเป็นบวกกับลบที่ค่อนข้างส่งกันไปมาได้ดีมากกว่า

ต้น: บางทีเราไม่ถนัดเรื่องนี้เราให้เขาทำเลย เช่น เรื่องเสื้อผ้าผู้หญิง อย่างงาน BNK ก็ให้เขาหาเรฟเฟอเรนซ์มาให้หน่อย เขาก็หามาเยอะมาก เรื่องเสื้อผ้าผู้หญิงเราไม่ได้ลึกเท่าเขา แต่เขาเชี่ยวชาญสกิลด้านนี้เลย

นอกจากสตูดิโอนี้เคยทำงานด้วยกันอีกไหม

อุ๊: เคยทำงานด้วยกันเป็นงานเล็ก ๆ มากกว่า ช่วย ๆ กัน แค่สตูเฉย ๆ ก็ตีกันหนักอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเราจะเป็นสายฟุ้ง สายอยากได้อะไรก็ต้องได้ ภาพในหัวเยอะ แต่พี่ต้นจะอยู่ในโลกความเป็นจริง ประมาณนี้ มันก็เลยต้องตีกันเยอะนิดนึง แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีนะ

ต้น: โปรเจกต์ที่คิดไว้ก็มีเป็นล้านแหละ แต่เรื่องเวลาสำคัญมาก เป็นคนไม่ค่อยมีเวลาทั้งคู่เลย งานเยอะทั้งคู่ แต่มีโปรเจกต์ที่อยากทำด้วยกันอีกเยอะมาก อยากไปเที่ยวด้วยกันด้วย

ทั้งสองคนเคยร่วมงานกับ BNK48 ทั้งคู่เลย เป็นยังไงบ้าง

อุ๊: ตอนนั้นทำโปรเจกต์ที่ต้องหาผู้หญิงที่สามารถจดจำได้ด้วยรอยยิ้ม ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้จัก BNK คืออะไร แล้วพี่ต้นก็บอกว่าคนนี้สิ น้องคนนี้กำลังมา แล้วรู้ได้ไงว่ากำลังมา

ต้น: เขาดังจะตาย

อุ๊: เราก็เลยติดต่อไปแล้วน้องเขาสนใจมากเราก็เลยติดไป เราเคยคุยกับน้องเฌอปรางประมาณนึง วันที่น้องเขาไปถ่ายเอ็มวีกับพี่ต้น น้องก็แมสเซสมาบอกว่าพี่ต้นโหดมากเลยค่ะ

ต้น: แล้วเขาก็พิมพ์มาว่าล้อเล่นค่ะ

อุ๊: ไม่พิมพ์! จริง ๆ น้องน่ารักมาก ตั้งแต่เราเจอครั้งแรกเรารู้สึกว่าเรื่อง attitude สำคัญมาก แค่นั่งอยู่ด้วยแค่คุยกันก็รู้สึกว่าได้รับพลังงานบวกจากน้องแล้ว

สำหรับใครที่ติดตามมานีมีใจอยู่แล้ว หรือติดตามสตูดิโอแต่ยังไม่รู้ว่าเอ๊ะ เจ้าของสตูดิโอละมุน ๆ ที่นี่คือใครกกันนะ ก็บอกเลยว่า อุ๊ สุพัตรา และ ต้น เอกภณ นี่เองค่ะ ผู้กำกับและตากล้องคู่รักฉบับหวานกำลังดีที่มีผลงานดี ๆ ออกมาให้เราชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมิวสิควิดีโอ ซีรีส์ โฆษณา และภาพถ่ายแนว ๆ ของมานีมีใจ

 


อยากให้เพื่อนได้อ่าน แชร์เลย


Comments

Share This Articles
ใส่คีย์เวิร์ดแล้วกด Enter เลย