Now Reading:

FILM : 101 ความรู้เบื้องต้นสำหรับมือใหม่หัดถ่าย “กล้องฟิล์ม”

คำถามนี้เพื่อน ๆ อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วเนอะ บางคนก็ว่าดิจิตอลดีกว่า ในขณะที่บางคนก็นิยมฟิล์มอนาล็อกมากกว่า ยิ่งปัจจุบันสาว ๆ นิยมกล้องดิจิตอลกันมากขึ้น โดยเฉพาะกล้องที่มีความมุ้งมิ้งน่ารัก สีสวยแถมยังคมชัดอีกต่างหาก ทำให้หลายคนอาจหลงลืมกล้องฟิล์มกันไป เราเลยอยากพาทุกคนย้อนเวลามาสัมผัสกับความเป็นอนาล็อกด้วยกันอีกครั้ง  ไม่แน่เพื่อน ๆ อาจจะได้คำตอบในใจว่ากล้องทั้งสองประเภทต่างกันยังไง? แล้วตกลงเราชอบแบบไหนมากกว่ากัน

“กล้องฟิล์ม กับกล้องดิจิตอลต่างกันยังไง?” 

วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดีและเสน่ห์ของ กล้องฟิล์ม กันค่ะ ส่วนใหญ่แล้วฟิล์มถ่ายรูปเนี่ยจะมีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน โดยปัจจุบันจะแบ่งเป็นฟิล์มขนาด 35 mm. 110 mm. และ 120 mm. ที่ยังมีคนใช้กันอยู่ ซึ่งแต่ละขนาดก็จะแบ่งประเภทยี่ห้อฟิล์มยิบย่อย มากมายไปอี๊กกก แต่เพื่อน ๆ ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ เพราะฟิล์มที่เราจะหยิบมาพูดถึงในวันนี้ จะเป็น ฟิล์ม 35 mm. ที่ฮิตที่สุด เพราะคุณภาพสมราคา แถมยังหาซื้อง่ายในปัจจุบันด้วย ดี๊ดี!

กล้องฟิล์ม

shootingfilm.net

taken by deco_o

taken by Ffîon

antonioni95.tumblr.com

antonioni95.tumblr.com

และนี่ก็คือตัวอย่างภาพฟิล์มค่ะ สวยไม่แพ้กล้องดิจิตอลเลยใช่ม้า ฟิล์ม 35 mm. ปกติแล้วจะถ่ายภาพได้ 20, 24, และ 36 ภาพ แต่กล้องฟิล์มบางชนิดสามารถถ่ายออกมาได้ถึง 72 ภาพเลยทีเดียว! ซึ่งถือว่าคุ้มมากกก เอกลักษณ์ของภาพฟิล์มที่มองเห็นได้ง่าย ๆ ก็คือ แสงที่ดูเป็นธรรมชาติมาก เหมือนเราได้เข้าไปยืนอยู่ตรงนั้นด้วย เมื่อลองเพ่งมองดูแล้ว เพื่อน ๆ อาจจะรู้สึกว่าวัตถุหรือคนที่อยู่ในภาพนั้นดูมีชีวิตชีวา ซึ่งฟิล์มแต่ละแบบก็จะให้สีและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาไม่เหมือนกัน เอ๊ะ แล้วถ้าสาว ๆ อยากจะใช้ฟิล์ม 35 mm.บ้าง จะเลือกโทนสีแบบไหนดีนะ? เราได้รวบรวมส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่แล้วจ้าา

1. Fujifilm Fujicolor C200

yoycart.com

มาที่ฟิล์มสไตล์ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นกันก่อนเลยดีกว่า กับ Fujifilm Fujicolor C200 ที่ยังเป็นฟิล์มที่หาซื้อได้ง่าย มีขายตามร้านล้างรูปใหญ่ ๆ หรือร้านขายฟิล์มออนไลน์ทั่วไปค่ะ ใครที่ชอบสีโทนธรรมชาติ ๆ ฮิป ๆ หน่อย น่าจะถูกใจฟิล์มรุ่นนี้มากทีเดียว เพราะ Fujifilm Fujicolor C200 จะให้ภาพโทนเขียว คอนทราสต์ค่อนข้างจัด ทำให้ภาพออกแนวเข้ม ๆ ไม่สว่างจ้าเกินไป แอบกระซิบว่า ถ้าถ่ายวิวหรือต้นไม้ใบหญ้านี่จะเวิร์คมากกก ราคาก็ย่อมเยา เรตราคาจะอยู่ที่  120-150 บาท  เท่านั้น

flickr.com/oonnuuoo

flickr.com/oonnuuoo

flickr.com/oonnuuoo

flickr.com/oonnuuoo

flickr.com/oonnuuoo

 2. Fujifilm Fujicolor Superia 200

ยังคงอยู่กับฟิล์มฟูจิเช่นเดิมนะจ๊ะ แต่ Fujifilm Superia 200 รุ่นนี้จะอัพระดับขึ้นมาจาก Fujifilm Fujicolor C200 นิดหน่อย ก็ตรงที่ถ่ายออกมาเนียนกว่า แสงเข้มกว่า ถ่ายอะไรก็เหมาะไปซะทุกอย่าง จะถ่ายคนก็ได้ หรือถ่ายวิวก็ดี สวยหมดค่ะคุ๊ณณ ใครที่ชอบถ่ายแนวสตรีทอยู่แล้วก็ลองจัดฟิล์มรุ่นนี้ดูเนอะ เพราะแสงสว่างกำลังดี โทนสีคงความฮิป ๆ สายธรรมชาติเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีเขียวโดดขึ้นมาแบบเข้มข้นขึ้นตามแบบฉบับของฟิล์มฟูจิ ด้วยคุณภาพที่ค่อนข้างจะดีกว่ารุ่น Fujicolor C200 ราคาก็แพงขึ้นมาหน่อย ประมาณ 170-200 บาท  ค่า

3. Kodak Color Plus 200

เปลี่ยนอารมณ์กันหน่อยดีกว่า พูดถึงฟิล์มโกดักแล้ว เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนต้องเคยเห็นตามร้านถ่ายรูปสมัยก่อน หรือเคยได้ยินกันมาไม่มากก็น้อย Kodak Color Plus 200 เป็นฟิล์มรุ่นดั้งเดิมที่มือใหม่ไม่ควรพลาด! เพราะถ่ายติดง่าย และยังหาซื้อได้ตามร้านล้างรูป หรือร้านกล้องมือสองบางแห่ง ฟิล์มโกดักรุ่นนี้จะให้โทนสีเหลืองเป็นหลักค่ะ คอนทราสต์เบาบาง ต่างกับฟิล์มฟูจิตัวก่อนหน้าเลย ยิ่งถ้าได้ถ่ายกลางแดด ภาพจะได้อารมณ์ญี่ปุ่นไม่แพ้กับตัวฟูจิเลยนะ แถมยังให้มู้ดอบอุ่นกว่าด้วย จะมือใหม่หรือคนที่ถ่ายภาพเป็นอยู่แล้ว ขอบอกเลยว่าโกดักรุ่นนี้ตอบโจทย์มากค่ะ ราคาถูกแสนถูก 100-130 บาท  รู้แบบนี้แล้วก็รีบหามาตุนกันไว้เลยน้า

4. Kodak Gold 200

แต่สำหรับใครที่ชอบโทนวอร์มบวกกับคอนทราสต์จัดล่ะก็ แนะนำให้จัด Kodak Gold 200 ไปเลยจ้ะ ได้ทั้งโทนสีเหลืองอบอุ่น ละมุน ๆ แล้ว ยังได้ความคมชัดของแสงมากกว่ารุ่น Color Plus 200 ด้วย ได้ข่าวว่าฟิล์มโกดักรุ่นนี้ เป็นฟิล์มคลาสสิคขึ้นชื่ออีกตัว ที่เหมาะทั้งกับมือใหม่หัดถ่าย และช่างภาพสายฮิปทั้งหลาย จริง ๆ แล้วรุ่นนี้จะมีความคล้ายรุ่น Color Plus 200 มาก ๆ จนแทบจะแยกไม่ออก แต่ถ้าลองได้หยิบมาถ่ายเปรียบเทียบกันดูแล้ว ฟิล์มโกดักทั้งสองรุ่นนี้จะมีความหนักเบาของแสงที่ค่อนข้างต่างกันมากทีเดียว และสำหรับราคาเจ้าตัวนี้ ก็จะอยู่ที่  150-170 บาท เท่านั้น

5. Kodak Ultramax 400

ฟิล์มโกดักรุ่นนี้ บอกเลยว่าเอาใจแนวสายดาร์กสุด ๆ Kodak Ultramax 400 ตัวนี้ให้โทนสีที่ค่อนข้างแตกต่างจากโกดักรุ่นอื่น เพราะรุ่นนี้เหมาะกับถ่ายในที่มืดนิด ๆ หรือที่ร่ม ให้สีที่จัดจ้าน ออกแดงเหลือง ปนน้ำเงินนิด ๆ ให้นึกภาพเป็นโทนหนังสมัยก่อนเนอะ คนที่ชอบแนวเรโทรน่าจะถูกใจฟิล์มรุ่นนี้พอตัวเลย ภาพจะออกย้อนยุคนิด ๆ ดูมีเรื่องราว และเสน่ห์ที่ลงตัวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเติมเลย สำหรับตัว Ultramax 400 อาจจะหายากนิดหน่อย แนะนำว่าหาซื้อทางออนไลน์จะง่ายกว่าค่ะ เรทราคาอยู่ที่ 160-200 บาท จ้า ส่วนใครที่ชอบแนวมุ้งมิ้ง สดใส ก็อาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ บอกแล้วว่ารุ่นนี้เค้าเกิดมาเอาใจสายดาร์กจริงจริ๊ง

6. Tudor XLX 200

ขอปิดตัวด้วยฟิล์มสไตล์ฮิปสเตอร์ชิดตัวจริงเสียงจริง! Tudor XLX 200 เป็นฟิล์มที่เลิกผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังคงมีขายอยู่บ้าง อาจจะในรูปแบบของฟิล์มหมดอายุ หรือที่เรียกกันว่า ” ฟิล์มบูด” นั่นเอง หากใครที่หลงรักฟิล์มตัวนี้ เราขอเชียร์ให้ลองหามาครอบครองกันดูนะคะ Tudor XLX 200 จะให้สีเขียวคล้าย ๆ ตระกูลฟิล์มฟูจิ แต่จะซีดจางกว่า และอมแดงนิด ๆ ทำให้ภาพมีทั้งโทนเขียวและส้มปะปนกัน ดูแนวมากกก สีสันอาจจะไม่จัดจ้านเท่าไหร่ แต่รับประกันว่าสายมุ้งมิ้งต้องหลงรักเลยแหละ ราคาล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 120-160 บาท ไม่แพงอย่างที่คิดนะจ๊ะ

จริง ๆ แล้วการถ่ายภาพฟิล์มหรือถ่ายภาพดิจิตอล ระดับความยากง่ายไม่แตกต่างกันเลย ขึ้นอยู่กับว่าใจเรารักที่จะไปทางไหนแค่นั้นเองเนอะ วันนี้เพื่อน ๆ คงได้สัมผัสเสน่ห์ของภาพฟิล์มไปพอสมควร นอกจากภาพฟิล์มจะดูนุ่มนวลมีชีวิตชีวาแล้ว เสน่ห์อีกอย่างของมันก็คือ ช่วงเวลาของการกดชัตเตอร์นั่นเองค่ะ เมื่อเรากดชัตเตอร์ลงไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปลบ หรือเช็คภาพนั้นทันทีได้ ดังนั้นเราจะต้องคิด และตั้งใจโฟกัสกับภาพนั้นมาก ๆ จากนั้นก็รอ จนกระทั่งเราได้เห็นภาพนั้นว่ามันออกมาสวยงามแค่ไหน หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของภาพฟิล์มที่มาจากฝีมือการถ่ายของตัวเองกันนะคะ 🙂


อยากให้เพื่อนได้อ่าน แชร์เลย


Comments

Share This Articles
ใส่คีย์เวิร์ดแล้วกด Enter เลย